Loading

เทคนิคจัดการอาหารทะเลให้อร่อยโดนใจ

        แน่นอนว่าหลายคนหลงเสน่ห์ความอร่อยของอาหารทะเล หรือซีฟู้ด แต่ก็มักจะมาพร้อมกับปัญหาไม่สด ไม่ใหม่ และมีกลิ่นคาว จนหลายคนไม่ปลื้มเอาเสียเลย แถมจะปรุงให้ออกมาเป็นจานเด็ดแสนอร่อยก็ยุ่งยากเสียเหลือกิน แต่ถ้าเราได้รู้เทคนิคดี ๆ เพื่อจัดการกับอาหารทะเลในขั้นตอนเตรียมก่อนปรุงคงจะช่วยได้ไม่น้อย วันนี้กระปุกคุกกิ้งได้รวบรวมหลากหลายเทคนิคมาฝากกันค่ะ เพื่ออาหารทะเลจานเด็ดแสนอร่อย

ทอดกุ้งชุบแป้งทอดให้ตัวตรง
        กุ้งชุบแป้งทอด หรือกุ้งเทมปุระก็อร่อยดีเมื่ออยู่ที่ร้าน แต่พอลองกลับมาทำรับประทานเองดันไม่ได้ดั่งใจกับปัญหากุ้งตัวไม่ตรง ทอดออกมาแล้วไม่สวยเอาเสียเลย วิธีที่จะทำให้กุ้งชุบแป้งทอดออกมามีตัวตรงยาวสวยทำได้โดยให้นำกุ้งสดแกะเปลือกออก ตัดส่วนหัวทิ้งแล้วบั้งที่ท้องกุ้ง จากนั้นใช้สันมีดดัดหลังกุ้งให้ตัวตรง นำไปชุบแป้งสาลีก่อนแล้วค่อยนำมาชุบแป้งประกอบอาหาร นำลงไปทอดในน้ำมันท่วม ๆ ใช้ไฟกลางทอดจนสุกเหลืองกรอบ เพียงเท่านี้ก็จะได้กุ้งชุบแป้งทอดตัวยาวสวยแล้วค่ะ

ต้มกุ้งให้หวานอร่อย
        กุ้งต้มเป็นการรับประทานแบบง่าย ๆ แต่ก็ไม่ต้องการรับประทานกุ้งต้มที่มีรสชาติจืดชืดจนเกินไป เวลาต้มกุ้งให้ออกมาหวานนั้นต้องเป็นกุ้งที่ยังไม่ได้แกะเปลือกออกนะคะแล้วใส่เกลือลงไปในน้ำประมาณ 1 ช้อนชา เพราะเกลือจะทำให้ความหวานของเนื้อกุ้งคงอยู่ในเปลือกไม่ไหลออกมาพร้อมกับน้ำนั่นเอง รับประทานคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ดทั้งหวานทั้งแซบ อร่อยสุด ๆ

ลวกหอยแครงให้อร่อย
        หอยแครงมักเป็นกับแกล้มที่อยู่คู่กับวงเหล้าก็เพราะความหวานอร่อยแถมมีคุณประโยชน์ที่ช่วยบำรุงเลือดได้ดีอีกด้วย การลวกหอยแครงให้ออกมาอร่อย เนื้อหวาน ควรเริ่มต้นตั้งแต่การเลือกซื้อหอยแครงที่ยังไม่ตาย จากนั้นนำไปล้างโคลนที่ติดอยู่กับหอยแครงให้สะอาดจนหมดด้วยการแช่ในน้ำพอท่วมตัวหอย ผสมกับเกลือเล็กน้อย หรือล้างกับข้าวหุงสุกจะช่วยให้สะอาดมากขึ้น ทิ้งไว้สักพักหอยแครงก็จะคายสิ่งสกปรกออกมา ล้างให้สะอาดอีกครั้ง จากนั้นตั้งน้ำประมาณครึ่งหม้อ เติมน้ำส้มสายชูประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ รอให้น้ำเดือดพล่านค่อยนำหอยแครงลงไปลวกตามความสุกที่ชอบ

อาหารทะเลชุบแป้งทอด ทำอย่างไรให้อร่อย
        อาหารทะเลที่ชุบแป้งทอดจะอร่อยได้นั้นจะต้องทอดในน้ำมันที่มีปริมาณมากจนท่วมชิ้นอาหาร หรือที่เรียกว่า "Deep-fry" เพื่อที่อาหารจะได้รับความร้อนใกล้เคียงกันทั้งหมด สีจะสวย และสุกทั่วทั้งชิ้นถ้าทอดอาหารทีละหลายชิ้นควรมีขนาดชิ้นอาหารที่เท่ากันจะทำให้อาหารที่ทอดสุกพร้อมกัน

               ควรลดความชื้นก่อนทอดด้วยการซับอาหารให้แห้ง หรือลวกก่อนจะช่วยให้อาหารสุก และกรอบได้เร็วขึ้น

               ควรทอดโดยใช้ไฟกลาง เพราะอุณหภูมิของน้ำมันที่ได้จะร้อนเท่ากันทั้งกระทะก่อนทอดควรสังเกตุผิวหน้าของน้ำมัน ถ้าน้ำมันยังไม่ร้อนผิวของน้ำมันจะเป็นคลื่น หากน้ำมันเริ่มร้อนแล้วผิวของน้ำมันจะนิ่ง แล้วให้ลองหยอดแป้งลงในน้ำมัน ถ้าแป้งฟูขึ้นมา และมีสีเหลือง แสดงว่าน้ำมันร้อนได้ที่แล้ว

                เมื่อใส่อาหารลงทอดควรปล่อยให้แป้งสุกก่อนแล้วจึงค่อยแยกชิ้นอาหารออกจากกัน แป้งที่ได้จะกรอบ และมีรูปทรงที่สวย ไม่ติดตะหลิว

                ถ้าอาหารสุกแล้วฟองอากาศยู่รอบ ๆ ชิ้นอาหารจะหมดไป หมายความว่าน้ำที่อยู่ในเนื้ออาหารระเหยหมดแล้ว อาหารจะมีน้ำหนักเบาลง และลอยตัวขึ้นอยู่บนผิวหน้าของน้ำมัน เพียงเท่านี้คุณก็จะได้อาหารชุบทอดแสนอร่อยไว้รับประทานแล้ว

อาบน้ำปลาหมึกขจัดกลิ่นคาว
        ปลาหมึกมีกลิ่นคาวของค่อนข้างแรง ยิ่งถ้าไม่สดด้วยแล้วล่ะก็คงเหม็นฟุ้งไปทั่วครัว ควรเลือกซื้อปลาหมึกที่มีผิวใส หนังเป็นเงาวาว และเนื้อแน่น ก่อนนำมาประกอบอาหารให้ล้างทำความสะอาดกับน้ำผสมน้ำมะนาว จะช่วยลดกลิ่นคาว และช่วยให้ปลาหมึกมีเนื้อขาวขึ้นอีกด้วย ส่วนการลวกปลาหมึกให้กรอบนั้นต้องลวกในน้ำที่เดือดจัด ห้ามคนในทันทีเพราะจะทำให้มีกลิ่นคาว และอย่าลวกนานเกินไป เพราะเนื้อปลาหมึกจะเหนียว เพียงเท่านี้ก็จะได้ปลาหมึกลวกไว้ประกอบอาหารจานโปรดแสนแซบแล้ว

เลือกซื้อปูอย่างไรให้ได้เนื้อ
        ปูเป็นอาหารทะเลอีกหนึ่งชนิดที่นิยมรับประทานกันเป็นอย่างมาก แต่ส่วนมากแล้วจะเลือกรับประทานกันที่ร้านอาหาร แต่ก็มีราคาที่ค่อนข้างสูง หลายคนจึงอยากจะซื้อมาทำรับประทานเอง แต่เลือกซื้อปูไม่เป็น กลัวจะโดนหลอกขึ้นมาเสียดายเงินอีก ต่อไปนี้เวลาไปตลาดก็ลองทำตามเทคนิคดังต่อไปนี้ดู ปูทะเลหรือปูเนื้อ จะอร่อยควรซื้อขณะเป็น ๆ เพราะเนื้อจะได้เนื้อมากว่าปูที่ตายแล้ว ให้ลองจิ้มไปที่ตาปู หากยังกระดิกอยู่แสดงว่ายังเป็น ปูทะเลที่สดนั้นจะมีสีเขียวเข้ม ตาใส ตัวอ้วนหนัก และมีก้ามใหญ่ เมื่อกดลงไปที่ท้องปูจะแข็งมากจนกดไม่ลง ถ้าเป็นปูตัวเมีย ฝาปิดหน้าอกจะใหญ่กว่าฝาปิดหน้าอกของปูตัวผู้ และปูตัวผู้จะมีเนื้อเยอะกว่า ปูไข่ การจะดูว่าปูไข่ตัวนั้นมีไข่หรือไม่ให้ใช้นิ้วดีดไปที่กระดองปูต้องมีเสียงแน่นทึบ ถ้าเป็นเสียงโปร่งกลวงแสดงว่าไม่มีไข่นั่นเอง

ดับกลิ่นคาวปลา
        หลายคนชอบรับประทานเมนูปลา แต่แน่นอนว่าปลามักจะมากับปัญหากลิ่นคาวที่บางคนอาจจะยี้ไม่กล้ารับประทาน การต้มปลาไม่ให้เหม็นคาวนั้นต้องต้มในน้ำที่เดือดพล่าน แล้วจึงค่อย ๆ ใส่เนื้อปลาลงไป ห้ามคนน้ำเด็ดขาดต้องรอจนกว่าจะเดือดอีกครั้ง เพราะจะทำให้เนื้อปลาเละ ไม่น่ากิน น้ำขุ่น และที่สำคัญจะเหม็นคาวนั่นเอง หลังจากเนื้อปลาที่ลวกจนสุกแล้วให้ตักขึ้นมาแล้วบีบน้ำมะนาวลงไปเล็กน้อยเพื่อให้เนื้อปลานั้นแข็งตัว มีเนื้อที่ขาวสวย และไม่เหม็นคาว หรือจะลองใส่ใบชาจีนลงไปในหม้อที่จะต้มประมาณ 10 ใบ เพราะใบชาจะช่วยดูดกลิ่นคาวออกมาได้ อาหารประเภทผัดหรือยำให้ใส่ใบขึ้นฉ่ายลงไปประมาณ 1 ก้าน จะช่วยลดกลิ่นคาวได้ แถมยังทำให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ากินมากขึ้น ส่วนการกำจัดกลิ่นคาวปลาที่ติดภาชนะในการปรุงอาหารให้นำน้ำชาหรือกากชามาใส่ในภาชนะนั้นแล้วนำไปต้มจนเดือด จากนั้นจึงล้างน้ำออกให้สะอาด เพราะน้ำชาจะช่วยดูดกลิ่นคาวของปลาออกจากภาชนะได้เช่นเดียวกัน เท่านี้ก็หมดปัญหาปลาเหม็นคาวแล้ว ใครที่เคยร้องยี้ลองนำวิธีนี้ไปใช้แล้วกลับมารับประทานปลาที่มีประโยชน์มากมายกันดีกว่า

เก็บอาหารทะเลให้คงความอร่อย
        การเก็บรักษาอาหารทะเลที่เหลือใช้ให้รสชาติเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุดนอกจากจะต้องอาศัยวิธีการเก็บที่ถูกต้องแล้ว อาหารทะเลที่ซื้อมาต้องสดใหม่ด้วย เพราะไม่เช่นนั้นต่อให้เก็บรักษาดีอย่างไรก็ไร้ผล ควรเก็บอาหารทะเลที่เหลือไว้ในถุงพลาสติก หรือกล่องพลาสติกที่ปิดสนิท จากนั้นนำไปแช่แข็ง กุ้งและปลาหมึกจะสามารถเก็บไว้ได้นานประมาณ 3-4 วัน ส่วนปลาจะเก็บไว้ได้นานประมาณ 6-8 วัน ส่วนจำพวกหอย เช่น หอยนางรม และหอยแมลงภู่นั้นจะอยู่ได้ถึงประมาณ 10 วัน แต่ปูนั้นควรต้มให้สุกก่อนแช่ และไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 3-4 วัน เพราะเนื้อจะหายอาจจะเหลือแต่กระดองปูให้รับประทานนะคะ แต่ถ้าอาหารทะเลที่คุณซื้อมาเริ่มมีกลิ่นเน่าแล้วแนะนำให้ทิ้งดีกว่า เพราะคงจะถนอมความอร่อยไว้ได้ยากแล้วล่ะ

Shopping Basket